Bishopbark การดูแลสุนัข,คู่มือสำหรับมือใหม่ ปอมเมอเรเนียน (Pomeranian) สุนัขตัวเล็กหัวใจไม่เล็ก และเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพ

ปอมเมอเรเนียน (Pomeranian) สุนัขตัวเล็กหัวใจไม่เล็ก และเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพ

ทำความรู้จักปอมเมอเรเนียน (Pomeranian)

ปอมเมอเรเนียน (Pomeranian) เป็นสุนัขที่จัดอยู่ในกลุ่ม Toy Group แม้ว่าจะมีขนาดตัวเล็กแต่ปอมเมอเรเนียนกลับครองใจเจ้าของผู้เลี้ยงมาอย่างยาวนาน แถมยังเป็นสายพันธุ์สุดโปรดของทั้งเจ้าของอย่างเราและเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง แถมประวัติของสุนัขสายพันธุ์นี้ยังมีความน่าสนใจไม่แพ้สายพันธุ์ไหน ด้วยขนที่ฟูดูนุ่มน่ากอด หน้าตาจิ้มลิ้ม มีความเป็นมิตร น่ารักมีชีวิตชีวา ขนาดตัวที่แสนกะทัดรัด ช่างเอาอกเอาใจ แอคทีฟแสนกระตือรือร้น และเก่งไม่แพ้สุนัขสายพันธุ์ไหนในสนามประลองความสามารถก็เล่นทำได้ไปเสียหมดทุกเรื่องขนาดนี้ มิน่าล่ะทำไมใครๆ ก็เรียกปอมเมอเรเนียนว่าเป็นสุนัขตัวเล็กแต่ความสามารถรอบด้าน

ประวัติสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียน

ปอมเมอเรเนียน มาจากจังหวัดปอมเมอเรเนียน ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตอนใต้ของทะเลบอลติกในประเทศเยอรมัน ซึ่งที่นี่นิยมเลี้ยงปอมเมอเรเนียนไว้เป็นทั้งสัตว์เลี้ยงและทั้งใช้งาน เพราะเดิมเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ใช้ลากเลื่อนและเฝ้าฝูงแกะ และเชื่อว่ามีต้นกำเนิดจากสุนัขสายพันธุ์สปิทซ์ สุนัขแถบไอซ์แลนด์และแลปแลนด์ บริเวณตอนเหนือของทวีปยุโรป จึงไม่แปลกที่ปอมเมอเรเนียนจะคล้ายคลึงกับสุนัขพันธุ์สปิทซ์ ทั้งหน้าตา ขนและลักษณะ

หลังจากนั้นปอมเมอเรเนียนก็ถูกพัฒนาสายพันธุ์ให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม เพื่อเอาไว้เป็นสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนคู่ใจมากกว่าใช้ทำงาน และยิ่งพัฒนาให้เล็กลงเรื่อยๆ จนเหลือตัวเท่าที่เห็นในปัจจุบัน โดยเฉลี่ยจะหนักอยู่ที่ประมาณ 1.3-3.1 กิโลกรัม (อ่านเพิ่มเติมที่ ขนาดของปอมเมอเรเนียน) ซึ่งในราวกลางศตวรรษที่ 19 ยังพบว่าปอมเมอเรเนียนตัวแรกที่เข้ามาในอังกฤษมีน้ำหนักตัวถึง 13.6 กิโลกรัมอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นสุนัขที่ตัวใหญ่พอสมควร

มีคำอธิบายถึงลักษณะปอมเมอเรเนียนในสมัยยุควิกตอเรียตอนปลายว่า ปอมเปอเรเนียนนั้นมีขนยาว หนาออกมาจากลำตัว มีหางที่ม้วนแน่นและค่อนข้างสั้นอยู่ใกล้ด้านหลัง มีหัวเหมือนสุนัขจิ้งจอก ใบหูที่เล็กและตั้งตรง ขาเล็กและลำตัวสั้น คล้ายลูกแมว

นอกจากนี้ปอมเมอเรเนียนยังมีรูปหน้าถึง 3 ลักษณะ คือ แบบจิ้งจอก ตุ๊กตาหมี และตุ๊กตาเด็ก แต่หากวัดตามมาตรฐานของสมาคมพัฒนาสายพันธุ์สุนัขแห่งอเมริกา (AKC) ลักษณะหน้าแบบจิ้งจอกเป็นลักษณะที่ถูกต้องที่สุดของสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียน

มีเรื่องราวของราชินีวิกตอเรียกับปอมเมอเรเนียน สุนัขตัวโปรดของพระองค์ สุนัขขนฟูตัวเล็กผู้โด่งดังตั้งแต่ในยุควิกตอเรียจนถึงปัจจุบัน เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ. 1888 เมื่อพระราชินีวิกตอเรียทรงเสด็จเยือนเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ในทวีปยุโรป และพระองค์ก็ได้ตกหลุมรักสิ่งหนึ่ง ความน่ารักของจมูกอันน้อยนิดและดวงตาที่ใหญ่ประกายแวววาว ดวงตานั้นได้ขโมยหัวใจของพระองค์ไป มันคือดวงตาของสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนตัวน้อยตัวหนึ่ง ซึ่งนั่นเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างพระองค์กับสุนัขพันธุ์นี้ หลังจากที่ทรงนำสุนัขพันธุ์นี้กลับมาเลี้ยงปอมเมอเรเนียนก็เริ่มเป็นที่นิยมแพร่หลายในประเทศอังกฤษ

พระองค์ทรงโปรดสุนัขพันธุ์นี้มาก แม้กระทั่งวันที่ทรงประชวรบนแท่นพระบรรทมยังทรงให้นำสุนัขปอมเมอเรเนียนเพศเมีย ขนสีขาวตัวโปรดที่ชื่อ Turi มาไว้ข้างพระแท่นบรรทม และเป็นสุนัขที่นอนเฝ้าอยู่ข้างพระวรกายจนพระองค์สิ้นพระชนม์

รวมภาพปอมเมอเรเนียน

นี่แหละปอมเมอเรเนียน (คะแนน 1-5)

ภาพรวมความสามารถในด้านการปรับตัว♥♥♥
ปรับตัวได้ดีกับการอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ หรือห้องพัก♥♥♥♥
เหมาะกับเจ้าของมือใหม่ผู้ที่เริ่มเลี้ยงสัตว์♥♥♥♥
ขี้กลัวหรือขี้ตกใจ♥♥♥♥
อยู่ได้ตัวเดียวลำพัง
ทนต่ออากาศหนาวเย็น♥♥♥♥
ทนต่ออากาศร้อน♥♥
ภาพรวมด้านความเป็นมิตร♥♥♥
เหมาะกับการเลี้ยงร่วมกับคนในครอบครัว♥♥♥♥♥
เป็นมิตรกับเด็ก♥♥
เป็นมิตรกับน้องหมาตัวอื่น♥♥
เป็นมิตรกับแมว♥♥
เป็นมิตรกับคนแปลกหน้า♥♥♥
ความขี้เล่น♥♥♥
ชอบเห่าชอบส่งเสียง♥♥♥♥♥
ภาพรวมด้านสุขภาพ♥♥♥
แนวโน้มที่จะอ้วน♥♥♥♥
ความง่ายในการดูแลขนและความสะอาด♥♥
ปริมาณการผลัดขน♥♥♥♥
ความต้องการออกกำลังกาย♥♥♥
ความฉลาด♥♥♥♥

ลักษณะของสุนัขสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียนโดยสรุป

ปอมเมอเรเนียนจะมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 1.3-3.1 กิโลกรัม และจัดว่าเป็นสุนัขที่มีขนาดตัวเล็กที่สุดในตระกูลสปิทซ์ (โดยมีญาติๆ เป็นสายพันธุ์ซามอยด์ อลาสกัน มาลามิว และ นอร์วิเจียน เอลก์ฮาวด์) แต่ความนิยมในสุนัขสายพันธุ์นี้ไม่ได้เล็กไปตามขนาดตัว โดยเฉพาะเมื่อปอมเมอเรเนียน กลายเป็นสุนัขตัวโปรดของพระราชินีวิกตอเรีย (อ่านเพิ่มเติมที่ ประวัติสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียน)

แม้จะน่ารัก มีขนสวย ฉลาด และแสนภักดีต่อครอบครัวขนาดไหน แต่อย่าปล่อยให้ความน่ารักหลอกคุณว่าสุนัขสายพันธุ์นี้จะมาคลอเคลียคุณตลอดเวลาเพราะปอมเมอเรเนียนก็มีความอินดี้ไม่ใช่เล่น แถมยังมีความขี้สงสัยเป็นที่สุด และถึงจะมีขนาดตัวเล็ก แต่เสียงเห่าของปอมเมอเรเนียนดังไม่แพ้

ใครที่ต้องการจะสอนหรือฝึกปอมเมอเรเนียน บอกเลยว่าคุณสามารถทำได้ แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและอดทนในการฝึกหน่อย เพราะถ้าเจ้าของไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์กับปอมเมอเรเนียนในฐานะเจ้านายได้ สุนัขสายพันธุ์นี้ก็พร้อมที่จะเป็นนายคุณ และอาจจะสร้างพฤติกรรมน่าปวดหัวให้กับเจ้าของได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ปอมเมอเรเนียนจัดว่าเป็นสุนัขที่มีพลังงานล้น ชอบที่จะออกไปเดินเล่นข้างนอก รักที่จะเชิดหน้าให้ดูสง่างาม เจอผู้คนใหม่ๆ และสำรวจโลกด้วยการดมฟุดฟิด และความมีพลังงานเชิงบวกของสุนัขสายพันธุ์นี้ ทำให้ปอมเมอเรเนียนเหมาะที่จะเป็นสุนัขที่ช่วยฟื้นฟูผู้ป่วย ผู้สูงอายุที่อยู่ที่บ้าน

More About This Breed

ขนาดของปอมเมอเรเนียน

ปอมเมอเรเนียนจัดเป็นสุนัขขนาดเล็ก โดยมีความสูงประมาณ 7-12 นิ้ว และมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.3-3.1 กิโลกรัม จึงจัดอยู่ในกลุ่ม Toy Group และมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 12-16 ปี

บุคลิกของปอมเมอเรเนียน

สุนัขปอมเมอเรเนียนโดดเด่นที่ความฉลาดและมีชีวิตชีวา สุนัขสายพันธุ์นี้ชอบที่จะพบปะผู้คนใหม่ๆ และชอบที่จะเจอสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆ ด้วยเช่นกัน แต่ปอมเมอเรเนียนมักจะคิดว่าตัวเองเป็นน้องหมาตัวใหญ่ (ตัวเล็กแต่ใจกล้ามาก) แถมยังขี้สงสัยแบบสุดๆ จึงเหมาะที่จะให้สุนัขปอมเมอเรเนียนทำหน้าที่เฝ้ายาม

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อนิสัยและอารมณ์ของปอมเมอเรเนียน เช่น พันธุกรรม การฝึก และการเข้าสังคม ลูกหมาปอมที่มีนิสัยที่ดีจะมีความช่างสงสัย ขี้เล่น ชอบที่จะเข้าหาคน และอยู่ด้วย หากคุณจะเลือกปอมเมอเรเนียนซักตัวมาเป็นหนึ่งในสมาชิก ก็ควรเลือกสุนัขตัวที่ยอมนั่งตักคุณแบบเต็มใจ ไม่ใช่สุนัขที่ไล่กัดเพื่อนตัวอื่น หรือขี้อายเสียจนแอบอยู่ที่มุมห้องอยู่ตัวเดียวอย่างเดียวดาย

การดูแลสุขภาพของปอมเมอเรเนียน

สุนัขสายพันธุ์นี้จัดเป็นสุนัขที่มีสุขภาพโดยรวมดี แต่ถึงอย่างนั้นปอมเมอเรเนียนก็มีโอกาสเกิดปัญหาสุขภาพได้เหมือนกันกับสุนัขสายพันธุ์อื่น โดยอาจพบโรคเหล่านี้ในสุนัขสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียนได้โรคอ้วน : ด้วยความที่เป็นสุนัขขนาดเล็ก หากได้รับปริมาณอาหารที่มากเกินไปอาจทำให้สุนัขเกิดภาวะอ้วนได้ภูมิแพ้ : สังเกตได้จากการเลียเท้า อมเท้า คันเกา ไถหน้ากับพื้น หากแสดงอาการเหล่านี้ควรพาไปพบสัตวแพทย์เป็นลม : ในสุนัขปอมเมอเรเนียนบางตัวอาจจะพัฒนากลายเป็นโรคลมชักได้ ซึ่งควรเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสมปัญหาตา เช่น ตาแห้ง ต้อกระจก และท่อน้ำตาอุดตัน ควรพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจตา และรับการรักษาให้เร็วที่สุด เพราะหากทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้ตาบอดได้ข้อสะโพกเคลื่อน : จะพบท่าเดินที่ผิดปกติ และแสดงอาการเจ็บ หรือลุกนั่งลำบากได้ ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคมีหลายประการ เช่น สายพันธุ์ สิ่งแวดล้อมที่อยู่ (พื้นที่ลื่น) อาหารที่กิน ซึ่งหากเป็นแล้วต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัดสะบ้าเคลื่อน : เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียน และสร้างความเจ็บปวดให้กับสุนัขที่มีปัญหานี้ ทำให้เกิดอาการขาเจ็บ หรือลักษณะการเดินที่ผิดปกติ โดยสุนัขจะมีการยกขาขึ้นเล็กน้อยขณะเดิน หรือมีการเขย่าขาหรือยืดขาก่อนที่จะกลับมาเดินในท่าปกติปัญหาเหงือกและฟัน : หมั่นพาสุนัขไปตรวจฟันกับสัตวแพทย์เป็นประจำปีละครั้ง และดูแลช่องปากสุนัขด้วยการแปรงฟัน หรือเลือกอาหารที่มีส่วนช่วยในการขัดฟัน

ความต้องการด้านสารอาหารของปอมเมอเรเนียน

สารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกายของปอมเมอเรเนียนควรมีสัดส่วนที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และกิจกรรมในแต่ละวันของสุนัขสายพันธุ์นี้ โดยประกอบไปด้วย

1. โปรตีน : เพื่อสร้างเนื้อเยื่อที่เป็นโครงสร้างหลักของร่างกาย ในอาหารควรมีกรดอะมิโนซึ่งเป็นหน่วยย่อย ของโปรตีนอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรดอะมิโนชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้

2. คาร์โบไฮเดรต : เพื่อเป็นแหล่งพลังงานในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซลล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เซลล์ประสาท เซลล์หัวใจ และเม็ดเลือดแดง อาหารที่มีคุณภาพดีควรมีการคำนวณปริมาณคาร์โบไฮเดรตอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดโรคอ้วนในสุนัข

3. ไขมัน : ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยให้พลังงานได้สูงกว่าโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้ไขมันยังช่วยในการดูดซึมวิตามิน อี ดี เอ และเค รวมถึงยังดูแลให้ความอบอุ่น และมีส่วนช่วยในระบบห่อหุ้มร่างกาย เช่น โอเมก้า 3 และ 6 ที่ช่วยบำรุงผิวหนังและขนของสุนัขสายพันธุ์นี้

4. วิตามิน และแร่ธาตุ : แม้ร่างกายจะต้องการวิตามินและแร่ธาตุในปริมาณน้อย แต่หากได้รับไม่เพียงพอหรือได้รับมากเกินไป ก็อาจส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย และทำให้ร่างกายเกิดความผิดปกติได้ ตัวอย่างวิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายสุนัขต้องการ ได้แก่ วิตามินบี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เป็นต้น

นอกเหนือจากสารอาหารหลักที่ควรมีอย่างครบถ้วนตามหลักโภชนาการแล้ว ก็ควรเลือกอาหารที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพดี เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับสุนัขสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียน เลือกอาหารที่เน้นการคัดสรรวัตถุดิบหลักมาจากธรรมชาติปราศจากสีและวัตถุปรุงแต่งกลิ่นรสสังเคราะห์ โดยมีการคำนวนสารอาหารให้มีปริมาณสอดคล้องกับความต้องการของร่างกายสุนัข เพื่อให้สุนัขมีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก อย่างเช่น SUPERCOAT (ซุปเปอร์โค้ท) สูตรสุนัขโตพันธุ์เล็ก ที่เสริมการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกายสุนัขให้เหมาะกับกิจกรรมในแต่ละวัน และมีความสมดุลกับความต้องการด้านโภชนาการของสุนัขสายพันธุ์เล็กโดยเฉพาะ อร่อยกับรสชาติที่ได้จากวัตถุดิบแท้ๆ จากธรรมชาติ เพิ่มพลังงานด้วยวิตามินบี เพื่อการนำพลังงานไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เม็ดอาหารมีขนาดเหมาะสมช่วยเรื่องระบบการย่อยอาหาร และยังมีโอเมก้า 3 และ 6 ช่วยให้ขนของปอมเมอเรเนียนสวย
เงางามมีสุขภาพดี

ความต้องการพิเศษเฉพาะสายพันธุ์ของปอมเมอเรเนียน

ดูแลเรื่องขนของปอมเมอเรเนียนเป็นพิเศษ ด้วยการเลือกอาหารที่มีโอเมก้า 3 และ 6 ที่จะช่วยให้ขนของปอมเมอเรเนียนเงางามและดูมีสุขภาพที่ดี รวมทั้งใส่ใจเรื่องกระดูกและข้อของปอมเมอเรเนียนเป็นพิเศษเพื่อให้ปอมเมอเรเนียนห่างไกลจากปัญหาข้อสะโพกเสื่อม และปัญหาสะบ้าเคลื่อนที่พบได้บ่อยในสุนัขสายพันธุ์นี้ด้วยการเลือกวัสดุที่ปูพื้นบ้านที่ไม่ลื่น หรือเดินเล่นบริเวณที่ไม่เป็นพื้นลื่น ให้ปอมเมอเรเนียนออกกำลังกายวันละ 1-2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 15 นาที แต่ระวังไม่พาสุนัขไปเดินเล่นในวันที่มีอากาศร้อนจัด เพื่อป้องกันการเกิดโรคลมแดด หรือถ้าให้สุนัขเล่นของเล่นในบ้านก็เลือกของเล่นให้เล่นรับรองว่าถูกใจสุนัขแสนฉลาดอย่างปอมเมอเรเนียนแน่นอน

การดูแลขนและความสะอาดของปอมเมอเรเนียน

ขนแสนสวยของสุนัขสายพันธุ์นี้มี 2 ชั้น โดยขนด้านในจะมีความหนา นุ่ม ส่วนขนด้านนอกจะยาว ตรง เงางาม แต่สัมผัสหยาบกว่าขนด้านใน ขนบริเวณรอบคอและอกจะยาวและดูหนากว่าบริเวณอื่นทำให้ปอมเมอเรเนียนมีลักษณะเหมือนเชิดคออย่างสง่างามอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้จะสังเกตเห็นว่าขนบริเวณหางจะเป็นพวง ส่วนจนบนหลังจะเรียบและเรียงตัวกันลงไปตามแนวลำตัว

สีขนของสุนัขพันธุ์นี้ยังมีเฉดสีที่ต่างกันออกไปถึง 23 สี แต่ส่วนมากที่พบเห็นทั่วไปจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม น้ำตาลอ่อน น้ำตาลแดง ส้ม ขาว และดำอาจจะพบขนที่มีสีแซมกันได้ด้วยเช่นกัน

หลายคนคิดว่าการดูแลขนของปอมเมอเรเนียนจะทำได้ยาก ซึ่งในความจริงแล้วการดูแลเพียงแค่แปรงขนวันละครั้ง และอาบน้ำเดือนละ 2 ครั้งก็เพียงพอ โดยใช้แชมพูอาบน้ำสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้แชมพูเด็กเพราะอาจทำให้เกิดปัญหาขนพันกัน และเกิดโรคผิวหนังตามมาได้ นอกจากนี้ยังควรหมั่นทำความสะอาดฟันของปอมเมอเรเนียนด้วยการแปรงฟัน และไม่ลืมเช็ดหูและตัดเล็บ เป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งด้วย

การอยู่ร่วมกับเด็กและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ

โดยปกติสุนัขสายพันธุ์นี้ชอบเล่น และสามารถเล่นกับเด็กๆ ที่ปอมเมอเรเนียนรู้สึกไว้ใจได้ ครอบครัวที่มีเด็กเล็กอยู่ในบ้านสามารถสอนเด็กๆ ให้รู้จักเล่นกับปอมเมอเรเนียนอย่างอ่อนโยน ไม่ดึงขน หู หาง หรือไม่ตีสุนัข เพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขกัดเด็กๆ

ข่าวดีสำหรับบ้านที่มีแมว เพราะสุนัขสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียน เข้ากันได้ดีมากๆ กับแมว ยิ่งถ้าเลี้ยงมาด้วยกันตั้งแต่เล็กๆ แล้วล่ะก็บอกได้เลยว่าสามัคคีกลมเกลียวกันได้แน่นอน แต่ต้องระวังสำหรับสุนัขตัวใหญ่ เพราะปอมเมอเรเนียนมักคิดว่าตัวโตเท่ากัน อาจจะโดนสุนัขตัวใหญ่กัดเอาได้

วิถีชีวิตสไตล์ปอมเมอเรเนียน

ด้วยความที่สุนัขสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียนจัดเป็นสุนัขขนาดเล็ก ดังนั้นเรื่องพื้นที่ในการเลี้ยงจึงไม่ใช่ปัญหา เพราะสามารถเลี้ยงน้องหมาปอมได้ในพื้นที่จำกัด เช่น อะพาร์ตเมนต์หรือคอนโด (ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์) ได้ แต่อาจต้องระวังเรื่องการเห่าที่อาจสร้างความกังวลใจให้กับผู้ที่อยู่อาศัยห้องอื่นๆ

และถ้าอยากจะพาปอมเมอเรเนียนออกไปเที่ยวที่ไหน ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเพียงแค่เลือกสถานที่ที่มีร่ม อากาศไม่ร้อนจัด เตรียมน้ำ อาหาร สายจูง และอุปกรณ์ทำความสะอาดไป ปอมเมอเรเนียนก็พร้อมที่จะไปกับเจ้าของได้ทุกที่แล้ว

ผู้เลี้ยงที่เหมาะกับน้องหมาปอมเมอเรเนียน

ด้วยนิสัยรักเจ้าของ ขี้ประจบ ปอมเมอเรเนียนจึงเหมาะกับเจ้าของที่มีเวลาดูแลหัวใจสุนัขบ้าง มีเวลาเล่นด้วยกันสักหน่อย แต่ที่สำคัญคือต้องมีเวลาในการดูแลแปรงขน แปรงฟัน ให้กับปอมเมอเรเนียนอย่างสม่ำเสมอ หากใครมีบ้านอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ (ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้) แต่อยากเลี้ยงสุนัขสักตัว ปอมเมอเรเนียนเป็นสุนัขที่เหมาะกับคุณไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะปอมเมอเรเนียนไม่ต้องการสนามหญ้ากว้างๆ หรือพื้นที่ใหญ่ๆ ด้วยขนาดตัวแสนกะทัดรัด แต่ถ้าบ้านไหนที่มีเด็กเล็กๆ อาศัยอยู่ด้วยก็อาจจะไม่เหมาะนัก รอให้เด็กๆ โตอีกสักหน่อย รับรองว่าปอมเมอเรเนียนจะเป็นเพื่อที่ดีกับทุกคนในครอบครัวได้อย่างแน่นอน

ปอมเมอเรเนียน (Pomeranian) สุนัขตัวเล็กหัวใจไม่เล็ก และเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพ

คู่มือสำหรับมือใหม่

Related Post

ดุ๊ก ภานุเดช เปิดตัวแบรนด์ผลิตภัณฑ์แชมพูเพื่อน้องหมา DUCOCOดุ๊ก ภานุเดช เปิดตัวแบรนด์ผลิตภัณฑ์แชมพูเพื่อน้องหมา DUCOCO

อีกหนึ่งก้าวในการเปลี่ยนแปลงของชีวิตที่หันมาเลี้ยงสุนัข และเลี้ยงดูแบบจริงจังจนเริ่มสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อน้องหมาสี่ขาสุดที่รัก เลยเกิดเป็นความลงตัวในไลฟ์สไตล์ใหม่ของ ดุ๊ก ภาณุเดช กับการค้นคว้าและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ แชมพูเพื่อน้องหมา ในแบรนด์ที่มีชื่อว่า DUCOCO แชมพู DUCOCO มี 2 สูตรด้วยกัน ฉลากสีชมพูคือ สูตรบำรุงขน (Perfect Coat Shampoo) และ ฉลากสีฟ้าคือ สูตรกำจัดกลิ่นตัว (Odour Away Shampoo) โดยเน้นการผลิตที่ใช้วัตถุดิบธรรชาติ (Natural) จากสารทำความสะอาดที่ได้จากอ้อยและมะพร้าว ผสานคุณค่าจากสารสกัดทะเลน้ำลึก (Deep

บรรจุ “อัซอาวา” เป็นสุนัขพันธุ์ใหม่ในอเมริกาบรรจุ “อัซอาวา” เป็นสุนัขพันธุ์ใหม่ในอเมริกา

สมาคมผู้เพาะพันธุ์สุนัขของสหรัฐฯ หรือ American Kennel Club (AKC) บรรจุสุนัขพันธุ์ “อัซอาวา” (Azawakh) ในรายชื่อพันธุ์สุนัขที่รู้จักของสหรัฐฯ ตามรายงานของสำนักข่าว Associated Press สุนัขสายพันธุ์ Azawakh มีถิ่นกำเนิดในประเทศมาลี และพบได้ในบูร์กินา ฟาร์โซ, มาลี และไนเจอร์ ทางตะวันตกของทวีปแอฟริกา มีรูปร่างสูงโปร่ง ขายาว คล้ายกับ Greyhound มีความปราดเปรียว คล่องตัว และซื่อสัตย์กับเจ้าของ ทั้งนี้ การบรรจุสุนัขพันธุ์

สุนัขไทยหลังอาน

สุนัขไทยหลังอานสุนัขไทยหลังอาน

ถือว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างมากสำหรับสุนัขพันธ์ไทยหลังอานไทยหลังอานมาจากสุนัขในกลุ่มพวกหมาป่าลักษณะพิเศษเฉพาะคือมีขนเป็นเส้นย้อนกลับที่เส้นกลางหลัง ในขณะที่สุนัขสายพันธุ์อื่นๆ ในกลุ่มเดียวกันไม่มีบุคลิกของสุนัขพันธุ์นี้จะดูดุ แท้จริงแล้วไม่ดุ หรือเรียกว่าดุเฉพาะคนแปลกหน้า เมื่อเริ่มคุ้นเคยจะไม่ดุ ซึ่งพฤติกรรมของสุนัขขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงว่าต้องการฝึกให้สุนัขดุหรือไม่ด้วย อย่างไรก็ตาม หากสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานถูกเลี้ยงมาให้ดุ เมื่อกัดก็จะไม่เหมือนสุนัขสายพันธุ์ต่างประเทศ ที่กัดแล้วจะกรามล็อก ไม่สามารถดิ้นหลุดได้ ซึ่งการกัดของสุนัขไทยจะกัดในลักษณะของการขู่แล้วปล่อย ข้อดีของการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานคือ มีความเหมาะกับภูมิประเทศ ภูมิอากาศในประเทศไทย รวมถึงการกินอาหารก็สามารถปรับได้ตามถิ่นที่อยู่ ถือว่าเลี้ยงง่าย โรค ในสุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน คุณสุภาพ บอกว่า เท่าที่พบคือขนคุด ลักษณะของขนจะย้อนแทงกลับเข้าไปที่เนื้อของสุนัข มีผลทำให้เกิดก้อนชีสบริเวณนั้น และหากปล่อยไว้และโตขึ้นเรื่อยๆ อาจมีผลให้ขนที่แทงย้อนเข้าไปในเนื้อของสุนัข อาจไปแทงถูกเส้นประสาทก็ได้ นอกจากนี้ สุนัขยังจะรำคาญและกลายเป็นลักษณะที่ไม่ดีของสุนัขไป