Bishopbark Article 5 วิธีดูแลสัตว์ป่วยอัมพาต

5 วิธีดูแลสัตว์ป่วยอัมพาต

5 วิธีดูแลสัตว์ป่วยอัมพาต

5 วิธีดูแลสัตว์ป่วยอัมพาต

การช่วยบีบนวดกระเพาะปัสสาวะ
• สัตว์ป่วยอัมพาตบางราย ไม่สามารถปัสสาวะเองได้หมด ควรช่วยบีบนวดกระเพาะปัสสาว ะทุก 4 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสการเกิดกระเพาะ ปัสสาวะอักเสบและติดเชื้อ
• ตำแหน่งในการบีบนวดกระเพาะป ัสสาวะคือ ระหว่างเต้านมสองคู่สุดท้าย  ตรงกลางของช่องท้อง เมื่อคลำพบแล้วให้ใช้มือและ นิ้วในการบีบบวด ไม่ใช้กำปั้นกดลงไปตรงช่องท ้องโดยตรง
• กรณีสุนัขตัวใหญ่ หรืออ้วน การบีบนวดกระเพาะปัสสาวะทำไ ด้ยาก แนะนำเป็นการสวนท่อปัสสาวะ และเปลี่ยนท่อใหม่ทุก 5-7 วัน เพื่อลดการติดเชื้อ

การดูแลด้านความสะอาด
• สัตว์ป่วยอัมพาตไม่สามารถเล ียตัวเองเพื่อทำความสะอาดได ้ จำเป็นต้องช่วยเช็ดตัว ทำความสะอาดให้แทน
• บริเวณอวัยวะเพศ ขาหนีบ และรอบทวาร ให้ใช้ผ้าเปียกเช็ดทำความสะ อาดทุกครั้งที่มีการขับถ่าย  แล้วเช็ดแห้ง
• บริเวณใบหน้าและคอ ให้เช็ดทำความสะอาดทุกครั้ง หลังป้อนอาหารและน้ำ
• บริเวณลำตัว ใช้ผ้าเปียกหมาดเช็ดทำความส ะอาด แล้วเช็ดแห้ง อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง กรณีสัตว์ป่วยไม่มีแผลกดทับ  อาจจะอาบน้ำ 1-2 สัปดาห์/ครั้ง 

การพลิกตัว
• ช่วยลดโอกาสเกิดแผลกดทับ จากการนอนในท่าใดท่าหนึ่งนา นๆ
• หากสัตว์ป่วยไม่สามารถพลิกต ัวเองได้ แนะนำให้ช่วยาพลิกตัวทุก 4 ชั่วโมง
• วิธีในการพลิกตัว คือจัดท่าให้คว่ำตัวก่อน แล้วค่อยพลิกให้อีกข้างลง ไม่พลิกท่าหงายเพราะจะทำให้ เกิดภาวะกระเพาะบิด หรือท้องอืดได้
• ในสุนัขที่ป่วยด้วยโรคทางกร ะดูก สมองและสันหลัง มักมีอาการเจ็บปวดคอและหลัง  ให้ระวังในการจับหรือจัดท่า ทาง

การกายภาพ
• สัตว์ป่วยอัมพาต เมื่อไม่ได้ใช้ขาเป็นเวลานา นๆ มีโอกาสเกิดภาวะกล้ามเนื้อฝ ่อลีบได้ แนะนำให้ช่วยยืดหดขา ครั้งละ 15 นาที วันละ 2 ครั้ง เพื่อการคงอยู่ของกล้ามเนื้ อ เนื่องจากภาวะกล้ามเนื้อฝ่อ ลีบ จะมีโอกาสทำให้ง่ายต่อการเก ิดแผลกดทับได้
• สัตว์ป่วยที่อัมพาต 2 ขาหลัง แต่ยังสามารถใช้ขาหน้าได้ แนะนำให้ขึ้นวีลแชร์ หรือใส่ชุดช่วงพยุงเดิน วันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 15-30 นาที 

การป้อนน้ำและอาหาร
• สัตว์ป่วยอัมพาต ไม่สามารถกินน้ำและอาหารเอง ได้ตามปกติ จำเป็นต้องช่วยป้อน
• ป้อนอาหาร 2-3 มื้อ ต่อวัน ขึ้นกับน้ำหนักตัวและพลังงา นที่ควรได้รับต่อวัน
• กรณีที่ปริมาณอาหารต่อวันตา มหลักโภชนาการเยอะ ควรแบ่งมื้ออาหารให้มากขึ้น  ไม่แนะนำให้ๆอาหารเยอะเกินไ ปต่อมื้อ เพราะง่ายต่อการเกิดภาวะท้อ งอืด
• ป้อนน้ำ ทุก 1-2 ชั่วโมง ตามน้ำหนักและปริมาณน้ำที่ค วรได้รับต่อวัน (อย่างน้อย 50 ml/kg/day)
• จับยกหัวหรือนอนหมอนสูงขณะท ำการป้อน
• หากสัตว์ป่วยไม่สามารถเลียน ้ำหรืออาหารจากชามเองได้ จำเป็นต้องใช้ไซริงค์ในการป ้อน ควรเปลี่ยนไซริงค์ทุกครั้งข องมื้ออาหาร และเปลี่ยนไซริงค์ทุกวันของ การป้อนน้ำ

Related Post

ภาพเศร้าเช้าวันพุธภาพเศร้าเช้าวันพุธ

“ภาพเศร้าเช้าวันพุธ” พบภาพเศร้าเช้านี้กลางถนน ขณะผู้คนและรถรารีบเร่ง ร่างไร้วิญญาณแมวน้อยดูวังเวง กรรแสงเพลงโศกสลดรันทดใจ รถราแล่นผ่านไปไม่แยแส เจ้าหมาแก่ตัวหนึ่งน่าสงสัย ดูท่าทางมันจะวิ่งฝ่าเข้าไป เพื่อได้ใกล้ร่างแมวน้อยตัวนั้น แต่ถนนแน่นหนาเกินฝ่าข้าม เจ้าหมาแก่พยายามไม่นึกหวั่น รับรู้ถึงความรู้สึกผูกพัน ช่วงเวลาสั้นสั้นเช้าวันพุธ ภาพที่พบต….

ทำไมสุนัขจึงเป็นเพื่อนที่แสนดีของมนุษย์ทำไมสุนัขจึงเป็นเพื่อนที่แสนดีของมนุษย์

มนุษย์เริ่มรู้จักเลี้ยงสัตว์เมื่อประมาณ 9,000 ปีมาแล้ว สัตว์ชนิดแรกที่มนุษย์นำมาเลี้ยงเป็นเพื่อน ได้แก่ “หมา” หรือ “สุนัข” (อ้างอิงสารานุกรมไทยฉบับเยาวชน) สุนัข มีชื่อวิทยาศาสตร์ Canis Iuppus familoaris หรือ Canis Familiaris เป็นทั้งนักล่าและสัตว์กินซาก มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง กระดูกข้อเท้าที่เชื่อมกัน และระบบหมุนเวียนเลือดที่ช่วยในการวิ่งและให้สุนัขมีความอดทน สุนัขเป็นสัตว์มีเขี้ยว มีฟันที่ใช้จับและฉีกให้ขาด เช่นเดียวกับสัตว์นักล่าที่เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น แต่ในขณะเดียวกัน สุนัขยังถูกจัดให้เป็น “สัตว์เลี้ยง”ชนิด “เชื่อง” ที่เก่าแก่ที่สุด และมีการคัดเลือกผสมพันธุ์มาเป็นเวลานับพันปีจนมีพฤติกรรมการรับรู้ทางประสาทสัมผัส

บูลเทอเรีย (Bull Terrier)บูลเทอเรีย (Bull Terrier)

เจ้าหมาที่ใครเห็นแล้วเป็นต้องสะดุดตากับใบหน้าที่ดูเรียวกลมแปลกตา น่ารักน่าเอ็นดู เจ้าบูลเทอเรียในสมัยก่อนถูกใช้เป็นสุนัขในสนามต่อสู้ แต่ปัจจุบันน้องกลายมาเป็นสุนัขโชว์และหนึ่งในสมาชิกที่แสนน่ารักในครอบครัว วันนี้จะพามาทำความรู้จักกับบูลเทอเรีย เราจะพามาทำความรู้จักกับเจ้าบูลเทอเรีย รู้จักว่าต้นกำเนิดของน้องมาจากไหน นิสัยใจคอเป็นอย่างไร และการเลี้ยงดูน้องอย่างไรให้ถูกวิธี มาดูกัน! ประวัติความเป็นมาของบูลเทอเรีย บูลเทอเรียถูกพัฒนาสายพันธุ์ในช่วงปี ค.ศ.1835 เกิดขึ้นจากการผสมข้ามสายพันธุ์ของสุนัขพันธุ์บูลด็อกกับสุนัขพันธุ์ไวท์ อิงลิช เทอเรีย (ปัจจุบันสูญพันธุ์ไปแล้ว) หลังจากนั้น สายพันธุ์ที่เกิดจาก “บูล และ เทอเรีย” ได้ ถูกผสมข้ามสายพันธุ์กับสุนัขสายพันธุ์ “สเปนิช พอยเตอร์” เพื่อให้ได้ขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น น้องเป็นที่รู้จักว่าเป็นนักสู้สุดกล้าหาญ จากการแสดงความสามารถอันยอดเยี่ยมในสนามต่อสู้สุนัข  ในปี