Bishopbark Article วิธีดูแลสัตว์เลี้ยง เลี่ยงติดโควิด-19

วิธีดูแลสัตว์เลี้ยง เลี่ยงติดโควิด-19

วิธีดูแลสัตว์เลี้ยง เลี่ยงติดโควิด-19

ประเด็นการพบเชื้อโควิด-19 ในสัตว์ต่างๆ…สวนสัตว์นิวยอร์กพบในเสือโคร่งมลายู ฮ่องกงมีสุนัข 2 ตัว ติดเชื้อ เบลเยียมพบเชื้อในอุจจาระและอาเจียนของแมว 1 ตัว และล่าสุดพบแมวอีก 2 ตัวติดเชื้อที่นิวยอร์ก

ส่งผลให้มีการกล่าวขานอย่างหนาหูในแวดวงสังคมคนรักสัตว์…เราและสัตว์เลี้ยงจะอยู่กันต่อไปอย่างไรดี?

สมาคมสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์เล็กโลก หรือ World Small Animal Veterinary Association (WSAVA) ออกโรงให้ผู้เลี้ยงสัตว์สบายใจได้

สัตว์ที่ติดเชื้อโควิด ไม่สามารถนำเชื้อมาติดคนหรือสัตว์อื่นๆ ได้…มีแต่คนเท่านั้นที่นำเชื้อไปติดสัตว์

ด้านวงการสัตวแพทย์บ้านเรา น.สพ.เกษตร สุเตชะ จากมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ออกมาแนะนำวิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงให้ทั้งบุคลากรในสถานพยาบาลสัตว์และเจ้าของสัตว์เลี้ยง… ปัจจุบัน (เมษายน 63) ยังไม่มีการพิสูจน์ว่า มีการติดเชื้อจากคนมาสู่สัตว์จริงหรือไม่

มีแต่การศึกษาวิจัยในห้องทดลองของประเทศจีน โดย Jianzhong Shi และคณะวิจัย บอกว่า ได้ทดลองฉีดเชื้อโควิด-19 ในปริมาณมากๆเข้าทางจมูกของสัตว์ 6 ชนิด ได้แก่ หมา แมว หมู เป็ด ไก่ และเฟอร์เร็ต ผลการ ทดลองในเบื้องต้นพบว่า แมวกับเฟอร์เร็ตติดเชื้อนี้ได้ และแสดงอาการป่วย แต่ไม่แพร่เชื้อสู่สัตว์ชนิดอื่นๆ

ส่วนหมา หมู เป็ด ไก่ ไม่แสดงอาการป่วย และเมื่อตรวจละเอียดกลับไม่พบการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เพราะเป็นเพียงการทดลองเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย

น.สพ.เกษตร แนะอีกว่า ถ้าเจ้าของสัตว์เลี้ยงป่วยด้วยโควิด-19 ไม่ควรสัมผัสกับสัตว์ ทั้งการกอด จูบ ลูบ หรือกระทั่งนั่งกินอาหารร่วมกัน เพราะทำให้เชื้อโรคจากผู้ป่วยไปเปื้อนตามตัวสัตว์

ดังนั้น ขอให้ผู้ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาล และหลีกเลี่ยงสัมผัสผู้อื่นจนกว่าจะรักษาหาย

ส่วนสัตว์เลี้ยงที่มีความใกล้ชิดกับผู้ป่วย ควรจับอาบน้ำด้วยแชมพูจนสะอาดทั่วทั้งตัว ก่อนจะเลี้ยงต่อไปตามปกติ ในแบบแยกเดี่ยวอย่างน้อย 14 วัน เพื่อรอดูอาการป่วย ถ้าไม่มีอาการใดๆ นำออกมาเลี้ยงรวมตามปกติ แต่เข้มงวดเรื่องความสะอาด ล้างมือด้วยสบู่หลังเล่นกับสัตว์เลี้ยง และทำความสะอาดบ้านเรือนอย่างสม่ำเสมอ

ขณะเดียวกัน เมื่อพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ เจ้าของสัตว์ต้องมีสุขภาพแข็งแรง ทั้งสัตวแพทย์และเจ้าของสัตว์จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย ตลอดเวลา ยืนคุยห่างกันประมาณ 1 เมตร ช่วยจับสัตว์ฉีดยา ทำแผลได้ แต่ต้อง ล้างมือหลังจากนั้นด้วยสบู่ทุกครั้ง มีการวัดอุณหภูมิร่างกายเจ้าของสัตว์ก่อนพบสัตวแพทย์ ควรนัดหมายเวลาล่วงหน้าเพื่อคนจะได้ไม่แออัดในสถานพยาบาลสัตว์

และเมื่อเข้าห้องตรวจโรค ต้องปฏิบัติตามกฎ เจ้าของ 1 สัตว์เลี้ยง 1 ญาติคนอื่นๆขอให้นั่งรอข้างนอก เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อสู่สัตวแพทย์ เท่านี้คนและสัตว์ก็สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข.

Related Post

สุนัขบำบัด ขจัดโรคซึมเศร้าได้จริง ?สุนัขบำบัด ขจัดโรคซึมเศร้าได้จริง ?

จากผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่อาการบรรเทาจากความใกล้ชิดเพื่อนสี่ขา เธอหันมาเปิดร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ใช้น้องหมาหลากพันธุ์มาเป็นจุดขาย พร้อมผลพลอยได้คือ ช่วยบำบัดโรคซึมเศร้าสำหรับลูกค้าบางราย “สุนัขเป็นคนในครอบครัว เป็นทุกอย่างที่ทำให้เรามีความสุข” ชลธิชา ลาภผาติกุล เจ้าของ บิ๊ก ด็อก คาเฟ่ (Big Dog Cafe) เล่าถึงที่มาของการอยากแบ่งปันความอัศจรรย์ของเพื่อนตูบสี่ขา ที่ช่วยให้เธอผ่านช่วงวิกฤตสุดในชีวิตมาได้ “ยุ้ยเคยอกหัก เครียด ปัญหารุมเร้า กินยาหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล หากไม่ทานยารักษา จะมีอาการประสาทหลอน เรียกว่าขาดยาไม่ได้เลย” ชลธิชา เปิดใจถึงช่วงที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต จนจิตแพทย์แนะนำให้หาอะไรที่ชอบทำ ซึ่งนำมาสู่การเลี้ยงสุนัขที่ช่วยให้ชีวิตของเธอดีขึ้น จากสุนัขไม่ใหญ่ มาเป็นหมาใหญ่ขนาดยักษ์และหายาก

วิธีการการดูแลสุขภาพให้กับน้องหมาและน้องแมววิธีการการดูแลสุขภาพให้กับน้องหมาและน้องแมว

การเลี้ยงสัตว์อย่างน้องหมาหรือน้องแมวเราต้องดูแลเขาในเรื่องต่างๆ ตั้งแต่ที่พักอาศัยจนไปถึงเรื่องสุขอนามัย ในวันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าการดูแลสัตว์เลี้ยงของเราให้มีสุขภาพที่ดีต้องดูแลเรื่องต่างๆ ในเรื่องใดบ้าง 1.การฉีดวัคซีน เป็นสิ่งสำคัญมากๆ ที่คุณควรนำสัตว์เลี้ยงของคุณไปฉีดวัคซีนให้เรียบร้อย เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ซึ่งอาจแพร่ระบาดไปยังสิ่งมีชีวิตอื่นๆได้‍ 2.อนามัย‍ ควรหมั่นดูแลและคอยป้องกันเห็บ หมัด จนไปถึงพยาธิให้กับน้องหมาหรือน้องแมวของคุณ อาจลองปรึกษาแพทย์ว่ามีแนวทางการป้องกันและดูแลความสะอาดให้กับสัตว์เลี้ยงของเราอย่างไรได้บ้าง 3.การให้อาหารและน้ำดื่ม‍ ร่างกายของน้องหมาและน้องแมวต้องการสารอาหารต่างๆ เพื่อสร้างสมดุลที่ดีให้กับร่ากาย ส่วนน้ำดื่มควรเปลี่ยนบ่อยๆ และใสภาชนะที่สะอาดเพื่ออนามัยที่ดีของน้องๆ‍ 4.ที่อยู่อาศัย‍ ถ้าเราเลี้ยงน้องหมานอกบ้านควรมีที่กำบังแดด ฝน และลมหนาว มีที่อยู่อาศัยที่อบอุ่นและเย็นสบายไม่ร้อนจนเกินไป หากเลี้ยงสัตว์ภายในบ้านก็ควรมั่นดูแลทำความสะอาดบ่อยๆ โดยแนะนำให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์ไม่รุนแรง ปลอดสารอันตรายและอ่อนโยนต่อสัตว์เลี้ยงอย่าง GRIP ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

การเลี้ยง สุนัข แมว ทำให้คุณพัฒนานิสัยด้านใดบ้างการเลี้ยง สุนัข แมว ทำให้คุณพัฒนานิสัยด้านใดบ้าง

สุนัข แมว เป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่ใกล้ชิดกับคน เป็นที่นิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณ ทั้งสองสามารถสร้างความเพลิดเพลินและลดความเครียดจากการทำงานแต่ละวันให้แก่เจ้าของได้ ทั้งมีการศึกษาวิจัยทางสถิติพบว่า สุนัข แมวสามารถทำให้เจ้าของมีการพัฒนานิสัยที่ดีขึ้นได้หลายด้าน ดังนี้ 1. จิตใจอ่อนโยนขึ้น หลายคนที่เป็นคนหงุดหงิดง่าย อารมณ์ร้อน เมื่อเลี้ยงสุนัข แมว จะมีความอ่อนโยนมากขึ้น ใจเย็น รู้จักให้อภัยได้มากขึ้น เพราะคุณได้เรียนรู้ผ่านธรรมชาติของสุนัข แมว ว่าหากคุณมีเมตตาใจเย็นต่อการสอนคำสั่งต่าง ๆ เขาจะแสนรู้และซื่อสัตย์ต่อคุณอย่างมาก จนคุณรู้สึกเอ็นดูและรักมากขึ้นทุกวัน จนทำให้คุณกลายเป็นคนที่จิตใจเมตตาอ่อนโยนมากขึ้นในที่สุด 2. อดทนได้นานขึ้น การที่คุณอยู่กับสุนัข แมวเป็นประจำและต้องการฝึกฝนให้พวกเขาเชื่อฟังคำสั่ง เช่น