Bishopbark เรื่องน่ารู้ ทำไมไม่ควรฝังสุนัขไว้ที่สวนหลังบ้าน

ทำไมไม่ควรฝังสุนัขไว้ที่สวนหลังบ้าน

ทำไมไม่ควรฝังสุนัขไว้ที่สวนหลังบ้าน post thumbnail image

     เมื่อวันสุดท้ายของเพื่อนรักสี่ขามาถึง คุณเลือกที่จะจากลาน้องหมาด้วยวิธีใด ปัจจุบันการจัดการกับร่างของน้องหมานั้นมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเผา การฝัง การสต๊าฟ หรือการบริจาคร่างเป็นอาจารย์ใหญ่ ซึ่งตามความเชื่อแล้วส่วนมากคนไทยจะเลือกวิธีเผาหรือไม่ก็ฝัง ซึ่งวิธีการเผาในปัจจุบันนั้น วัดบางแห่งก็มีให้เลือกบริการ หรือไม่ก็มีเอกชนที่รับเผาและจัดพิธีให้กับสุนัขที่ตายแล้วด้วยเช่นกัน ส่วนการฝังนั้นเป็นวิธีที่นิยมทำกัน โดยเฉพาะตามต่างจังหวัดหรือมีพื้นที่มากพอที่จะฝังร่างของสุนัขที่ตายไปได้ บางคนเลือกที่จะฝังร่างของสุนัขไว้ที่สนามหลังบ้านของตัวเอง ในต่างประเทศนั้นการฝังร่างสุนัขไว้ในสวนหลังบ้านก็เป็นที่นิยมทำกัน แต่ก็มีบางคนที่ไม่แนะนำกันให้ทำเช่นกัน ทำไมกันนะ เรามาดูมุมมองและเหตุผลในอีกแง่มุมกันครับ

สาเหตุที่ไม่แนะนำให้ฝังสุนัขไว้ในสวนหลังบ้าน

      ในต่างประเทศการฝังสุนัขไว้ในสวนหลังบ้านอาจมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ๆ รวมถึงสัตว์อื่น ๆ ในธรรมชาติได้ กล่าวคือ ในวาระสุดท้ายของสุนัขบางตัวอาจถูกทำให้หลับไปด้วยวิธีการการุณยฆาตรด้วยการฉีดยาให้หลับไป ซึ่งยาบางตัวอาจเป็นพิษที่ตกข้างอยู่ในร่างของสุนัข หากมีสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์อื่น ๆ ไปขุดนำร่างขึ้นมา หรือไปกัดเล่น ไปสัมผัสกับร่างนั้นด้วยความบังเอิญใดใดก็ตาม สัตว์เหล่านั้นอาจได้รับอันตรายได้ เคยมีสุนัขสองตัวในฟาร์มแห่งหนึ่งขุดเอากระดูกบางส่วนของวัวในฟาร์มขึ้นมา สุนัขตัวหนึ่งเสียชีวิต ส่วนอีกตัวอีกอาการหนักมาก ต้องรักษาตัวหลายวัน อีกทั้งการที่ซากของสุนัข ถูกขุดขึ้นมาเล่นนั้น คงดูไม่ค่อยดีงามเท่าไหร่นัก 

Dogilike.com :: ทำไมไม่ควรฝังสุนัขไว้ที่สวนหลังบ้าน

     สุนัขบางตัวตายเนื่องจากเป็นโรคติดเชื้อรุนแรง ซึ่งบางโรคอาจสามารถแพร่กระจายไปยังสุนัขและสัตว์อื่น ๆ ได้ อย่างเช่น โรคไวรัสลำไส้อักเสบจากเชื้อพาร์โวไวรัส ซึ่งเชื้อไวรัสนี้มีความทนทานสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายเดือน ซึ่งเชื้อไวรัสนี้ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหารที่รุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตในสุนัขและสุนัขเด็กที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบถ้วน การฝั่งร่างสุนัขในรายที่ป่วยและเสียชีวิตด้วยเหล่านี้โรคนี้จึงไม่แนะนำให้ทำ ถ้าจะทำต้องมีการจัดการที่ดีเป็นพิเศษ  

จะจัดการกับร่างสุนัขด้วยวิธีอื่นใดได้บ้าง

      ทางเลือกที่เหมาะสม ปลอดภัย และสอดคล้องเป็นไปตามความเชื่อของคนไทย คือ วิธีการเผา ซึ่งจะเป็นวิธีที่แนะนำ หรือหากเลือกเป็นวิธีการฝัง ก็แนะนำ ให้ฝังในสุสานที่มีการจัดเตรียมพื้นที่ไว้เป็นการเฉพาะ ซึ่งทั้งสองวิธีจะมีเจ้าหน้าที่มืออาชีพมาจัดการและให้คำแนะนำ ซึ่งราคาอาจต่างกันไปตามรายละเอียดและขนาดของสุนัข แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของการปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมหรือโรคที่อาจเกิดขึ้นจากการฝังศพในสวนหลังบ้าน แนะนำให้ห่อร่างสุนัขด้วยถุงหนาอย่างน้อย 2 ชั้น เพื่อป้องกันสัตว์อื่นมาขุดขึ้นมา และควรยึดวิธีการฝังตามระเบียบวิธีการทําลายหรือจัดการซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ที่เป็นโรคระบาดหรือสงสัยว่าเป็นโรคระบาด ให้ฝังซากสัตว์โดยให้ส่วนบนสุดของซากสัตว์อยู่ใต้ระดับผิวดินไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร และให้พูนดินกลบหลุมเหนือระดับผิวดินไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตรด้วย

Dogilike.com :: ทำไมไม่ควรฝังสุนัขไว้ที่สวนหลังบ้าน

     อีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ คือ การบริจาคร่างสุนัขเพื่อเป็นอาจารย์ใหญ่ทางสัตวแพทย์ เพราะสุนัขเป็นโมเดลที่ดีสำหรับใช้การการฝึกสอนนิสิตนักศึกษาสัตวแพทย์ ในบ้านเรายังไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก หรือยังมีข้อจำกัดในการบริจาค เนื่องจากต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละสถาบัน เช่น ต้องเสียชีวิตไม่เกิน 12 ชั่วโมง มีอายุระหว่าง 2-8 ปี น้ำหนักระหว่าง 10-20 กิโลกรัม และไม่มีรูปร่างอ้วนหรือผอมมากเกินไป บางหน่วยงานจะงดการรับบริจาคสัตว์เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ สัตว์เสียชีวิตจากโรคติดต่อร้ายแรงจากสัตว์สู่คน เช่น โรคพิษสุนัขบ้า โรคฉี่หนู เป็นต้น

Related Post

รีวิวสัตว์เลี้ยง

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ แมวป่าคาราคัลข้อควรรู้เกี่ยวกับ แมวป่าคาราคัล

แมวป่าคาราคัลนั้นมันเป็นสัตว์กินเนื้อที่มีขากรรไกรแข็งแรงมาก โดยส่วนมากมันจะล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น  หนูทราย กระรอกดิน และร่างกายมันยังทนขนจากสัตว์ต่างๆที่กินเข้าไปได้อีกด้วย โดยมันจะกินแต่เนื้อหนังและปล่อยทิ้งอวัยวะภายในไว้กับพื้น พวกมันใช้ประโยชน์จากภูมิทัศน์ที่เห็นได้กว้างไกล บวกกับหูที่สามารถได้ยินเสียงแปลกปลอมเล็กๆที่เข้ามาในรัศมีการล่าของมัน และหากเหยื่อมีขนาดใหญ่เกินไป มันก็จะเก็บไว้บนต้นไม้เช่นเดียวกัน วิธีการนี้เหมือนกับเสือดาวเช่นกัน แมวโดยทั่วไปวิ่งได้เร็ว 50 กม. ต่อชม. แต่แมวคาราคัลวิ่งได้เร็วสุดถึง 80 กม. ต่อชม. เพราะด้วยขาหลังที่ยาวทำให้สามารถวิ่งได้อย่างรวดเร็วและพวกมันสามารถกระโดดได้มากกว่า 10 ฟุต หรือประมาณ 3 เมตรจากพื้นดินเลยทีเดียว

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับสุนัขที่ผู้เลี้ยงควรอ่านเกร็ดความรู้เกี่ยวกับสุนัขที่ผู้เลี้ยงควรอ่าน

เรื่องน่ารู้ของ สุนัข 1.สุนัขมาจากไหนกัน? นักวิทยาศาสตร์เคยมีการค้นคว้าถึงต้นกำเนิดของ สุนัข นับเป็นข้อมูลที่น่าสนใจมากทีเดียว ว่า สุนัขมาจากการผสมข้ามสายพันธุ์ ระหว่างสุนัขจิ้งจอกและสุนัขป่า ทั้งสองสายพันธุ์นี้ มีความเฉลียวฉลาด ความสามารถรอบตัว รู้จักเอาตัวรอด การเข้าสังคมกับฝูง และปรับพฤติกรรมเข้ากับมนุษย์ได้ดี จึงกลายเป็นสัตว์ที่ถูกนำมาเลี้ยงมากที่สุด เพื่อนำไปใช้งานในรูปแบบต่างๆ เช่น ล่าสัตว์ ต้อนฝูงสัตว์ สุนัขลากเลื่อน ฯลฯ และเกิดการแพร่พันธุ์ขยายไปทั่วโลก เนื่องจากมนุษย์มีการย้ายถิ่นฐานของตัวเอง จึงทำให้มีหลายสายพันธุ์มากขึ้น และกลายเป็นเพื่อนที่แสนดีของเราจวบจนทุกวันนี้ 2.อาหารต้องห้ามสำหรับสุนัข เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บางคนนึกสนุก เอาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้

รีวิวสัตว์เลี้ยง

การเลี้ยง เซาท์ แอฟริกัน มาสทิฟฟ์ (บัวโบว์) (South African Mastiffการเลี้ยง เซาท์ แอฟริกัน มาสทิฟฟ์ (บัวโบว์) (South African Mastiff

โดยใครที่ชอบหมาพันธุ์หมาแล้วต้องถูกใจเซาท์ แอฟริกัน มาสทิฟฟ์ เป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่เช่นเดียวกับสายพันธุ์มาสทิฟฟ์อื่นๆ แข็งแรง มั่นใจในตัวเอง ศรีษะใหญ่ ผิวหนังของพวกเขาควรจะเป็นสีดำที่บริเวณใต้ท้อง ใต้ขน และหรือปาก ซึ่งจะช่วยป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ ขนของเซาท์ แอฟริกัน มาสทิฟฟ์จะสั้น หนาแน่น มีทั้งสีน้ำตาลเหลือง สีน้ำตาล สีครีม และสีน้ำตาลแดง ส่วนที่มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า “Boerboel” นั้น มีความหมายว่า สุนัขฟาร์ม พวกเขาถูกเลี้ยงไว้เพื่อใช้ในการทำงานในฟาร์มตามชนบทของแอฟริกาใต้ และเป็นเพื่อนที่ดีกับคน เซาท์ แอฟริกัน มาสทิฟฟ์ เป็นสุนัขที่เอาไว้เฝ้าบ้า