Bishopbark เรื่องน่ารู้ เรื่องอะไรบ้างที่ลูกสุนัขได้รับการถ่ายทอดจากพ่อแม่

เรื่องอะไรบ้างที่ลูกสุนัขได้รับการถ่ายทอดจากพ่อแม่

เรื่องอะไรบ้างที่ลูกสุนัขได้รับการถ่ายทอดจากพ่อแม่ post thumbnail image

 สุนัขเป็นสัตว์ที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมค่อนข้างมากชนิดหนึ่ง ซึ่งเราจะเห็นได้ชัดเลยว่า สุนัขพันธุ์ชิวาวามีขนาดตัวเล็กเพียงแค่ 2-3 กิโลกรัมเท่านั้น ในขณะที่สุนัขพันธุ์เกรทเดนมีขนาดตัวใหญ่มากถึง 50-60 กิโลกรัมเลยทีเดียว ไม่เพียงแต่น้ำหนักตัวเท่านั้น สุนัขยังมีรูปร่าง หน้าตา ผิวหนัง ลักษณะขน และสีขนที่แตกต่างกันอย่างมากอีกด้วย ทำไมสุนัขพันธุ์ชาเป่ยจึงมีผิวหนังยับย่น แต่สุนัขพันธุ์อัฟกันฮาวนด์ถึงมีขนยาวสวยงาม สิ่งเหล่านี้ถูกกำหนดขึ้นจากหน่วยพันธุกรรมเล็ก ๆ ที่เราเรียกว่า ยีน (gene) นี่เอง

  ยีน เป็นหน่วยพันธุกรรมที่อยู่บนโครโมโซม (chromosome) มีหน้าที่ควบคุมลักษณะต่าง ๆ ทางพันธุกรรมที่ต้องใช้ถ่ายทอดส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้เกิดการแสดงออกทางพันธุกรรมออกมา เราจึงเห็นสุนัขแต่ละตัวมีความแตกต่างกัน บางตัวมีหน้าสั้น บางตัวมีหน้ายาว บางตัวมีขนลายจุด หรือบางตัวขนสั้น ซึ่งลักษณะทางพันธุกรรมนี้ยังขึ้นกับสิ่งแวดล้อมด้วย ไม่ได้มากจากยีนเท่านั้นเสมอไป รวมทั้งลักษณะทางกายภาพและพฤติกรรมของสุนัขด้วย เช่น แม่สุนัขถูกรถชนจนขาพิการ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกที่เกิดมาจะขาพิการเช่นเดียวกับแม่สุนัข ฯลฯ แล้วอะไรกันบ้างที่ลูกสุนัขได้รับการถ่ายทอดจากพ่อแม่ เรามาดูกันครับ

ขนาดตัว

ขนาดตัวของสุนัขถูกกำหนดโดยยีนซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อและแม่ โดยหลังจากคลอดมาแล้ว สุนัขตัวนั้นจะมีขนาดตัวใหญ่หรือตัวเล็กนั้น อาจมีความเกี่ยวข้องกับยีนตัวหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ insulin-like growth factor 1 (IGF-1) ซึ่งมีผลทำให้ขนาดตัวแตกต่างกันไป เนื่องจากไปกระทบต่อการเจริญเติบโตของสุนัข แต่สำหรับในสุนัขพันธุ์เล็กอาจมีการแปรเปลี่ยนของยีนบางตัว ทำให้ขนาดตัวของสุนัขไม่ถูกพัฒนาไปตามที่มันควรจะเป็น จึงกลายเป็นสุนัขพันธุ์เล็กอย่างที่เราเห็น ซึ่งการกลายพันธุ์ของยีนนี้ก็ถูกถ่ายทอดส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้สุนัขบางพันธุ์นั้นมีขนาดตัวไม่ใหญ่นั่นเอง  

สีขน

       สีขนและลวดลายของขนเกิดจากพันธุกรรมเช่นกัน สุนัขบางตัวสีขนสีเดียวล้วน สุนัขบางตัวมีขนสามสี สุนัขบางตัวมีลายจุด หรือสุนัขบางตัวมีขนลายหินอ่อน (Merle) ซึ่งถือว่ามีความพิเศษ โดยสำหรับสีขนลายหินอ่อนนี้ จะมีสีพื้นที่จางอ่อน แต้มด้วยจุดด่างคล้ายคนผิวตกกระไปทั่วทั้งตัว มองดูเป็นลายคล้ายกับหินอ่อน โดยขนลักษณะนี้จะมีสีที่หลากหลายผสมปะปนกัน แต่ที่พบเจออยู่บ่อย ๆ ก็คือ สีเทาแต้มจุดด่างดำ สีน้ำตาลแดงอ่อนจางแต้มจุดสีน้ำตาลแดงเข้ม และสีน้ำตาลช็อกโกแลตอ่อนแต้มจุดสีน้ำตาลช็อกโกแลตเข้ม  มีลักษณะสีขนตามปกติของพันธุ์แต่จะแซมด้วยลักษณะขนลายหินอ่อนตามหน้าผาก คอ ใต้อก ข้อศอก หลัง เป็นต้น สำหรับสุนัขพันธุ์ที่สามารถพบว่ามีสีขนลายหินอ่อนนั้น ได้แก่ สุนัขพันธุ์ Collies สุนัขพันธุ์ Shetland Sheepdog สุนัขพันธุ์ Pyrenean Shepherd เป็นต้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นลักษณะพิเศษทางพันธุกรรมที่เกิดขึ้นกับสีขนของสุนัขอย่างหนึ่ง

สีตา

       สีของตาที่แตกต่างกันนั้นเกิดจากสีของม่านตา น้องหมาแต่ละตัวจะมีสีม่านตาไม่เหมือนกัน แม้แต่สุนัขบางตัวเองก็อาจมีตาสองสี โดยปกติแล้วสีตาจะถูกกำหนดโดยเม็ดสีเมลานิน ถ้ามีเม็ดสีเมลานินมาก สีตาก็จะสีสีเข้ม เช่น สีดำ สีน้ำตาลเข้ม ฯลฯ แต่ถ้ามีเม็ดสีเมลานินในระดับปานกลางก็จะเป็นสีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลแดง น้ำตาลเหลือง ฯลฯ และถ้ามีเม็ดสีเมลานินน้อยก็จะเป็นสีเขียว สีฟ้า และสีเทา เป็นต้น สุนัขบางตัวมีตาสองสี ทั้งหมดนี้เกิดจากพันธุกรรมทั้งสิ้น อย่างในสุนัขที่มีตาสองสีเราเรียกว่า Heterochromia พบได้ในสุนัขบางพันธุ์ ได้แก่ ไซบีเรียน ฮัสกี้ ออสเตรเลียน เชฟเฟิร์ด เป็นต้น

โรคภัยต่าง ๆ

       ความผิดปกติหรือโรคภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับสุนัข บางโรคก็เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมมาจากพ่อและแม่สุนัขเราเรียกว่า โรคทางพันธุกรรม (Inherited Disorders) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีนหรือโครโมโซม ปัจจุบันเราพบโรคทางพันธุกรรมในสุนัขมีมากกว่า 350 โรคแล้ว และกว่า 70% เกิจากการกลายพันธุ์ของยีนเด่นเป็นหลัก นั่นหมายความว่าโรคดังกล่าวจะถูกส่งต่อและแสดงออกให้เห็นได้อย่างแน่นอน แต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง ซึ่งโรคทางพันธุกรรมของสุนัขก็มีอยู่มากมายหลายโรค เช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนัง โรคข้อสะโพกเสื่อม โรคลูกสะบ้าเคลื่อน โรคลิ้นหัวใจเสื่อม โรคต้อกระจก โรคเบาหวาน ภาวะอัณฑะทองแดง ฯลฯ ซึ่งโรคบางโรคอาจมีปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมร่วมด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้สุนัขแสดงอาการให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น 

อุปนิสัยหรือพฤติกรรม

       พฤติกรรมเป็นสิ่งที่ถูกถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ได้ เราจะเห็นว่าสุนัขบางพันธุ์มีนิสัยต่างกับสุนัขอีกพันธุ์หนึ่ง สุนัขบางตัวไม่ชอบเด็ก สุนัขบางตัวชอบขุดดิน หรือสุนัขบางตัวชอบที่จะเล่นน้ำ สิ่งเหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดมาจากพันธุกรรม จนเราเองก็แทบที่จะไม่ต้องสอนกันเลยทีเเดียว แต่เหนืออื่นใดนั้นพฤติกรรมสุนัขอีกกว่า 90% เกิดจากการเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อมด้วย ปัญหาพฤติกรรมไม่ว่าจะเป็นความดื้อ ความดุ การทำลายข้าวของ บางส่วนเกิดจากการเลี้ยงดูที่ผิด ซึ่งเราสามารถจัดการได้ด้วยการฝึกฝนสุนัขให้เรียนรู้และปรับพฤติกรรมให้ดีขึ้นได้

Related Post

สุนัข 2 สายพันธุ์คู่ชาติไทย ที่คุณต้องรู้จักสุนัข 2 สายพันธุ์คู่ชาติไทย ที่คุณต้องรู้จัก

สายพันธุ์ สุนัข คู่ชาติไทย ถ้าพูดถึง สุนัข พันธุ์ไทย หลายคนคงนึกถึงภาพหมาจรจัดที่วิ่งเล่นไปมาตามข้างถนนใช่ไหมล่ะ ทว่าความจริงนั้น สุนัขพันธุ์ดั้งเดิมของไทยมีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วนะคะ เพียงแต่บางคนอาจยังไม่รู้ว่ามีสายพันธุ์ใดบ้าง และมีลักษณะเฉพาะพิเศษอย่างไร เพื่อคลายข้อสงสัย วันนี้เราจึงมีคำตอบมาฝากค่ะ ไปทำความรู้จักกันเลยดีกว่า 1.พันธุ์ไทยหลังอานสุนัขไทยหลังอาน ( Thai Ridgeback Dog ) เป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลกในชื่อ “หมาไทย” ( Mah Thai ) โดยปัจจุบันหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อังกฤษ

13 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเจ้าตูบ13 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเจ้าตูบ

สุนัขเป็นสัตว์ที่มีความใกล้ชิดกับมนุษย์มาก อาจบอกได้ว่าจะมากที่สุดในบรรดาสัตว์เลี้ยงทั้งหมดก็ว่าได้ แถมคนทั่วโลกยังนิยมเลี้ยงสุนัขกันมากมาย จนทำให้คนที่ไม่ได้เลี้ยงสุนัขเองก็พลอยมีความรู้เรื่องสุนัขจากคนใกล้ตัวด้วย ทว่าแม้แต่คนที่เลี้ยงสุนัขมายาวนานเองก็ยังไม่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับสุนัข ยังมีความจริงหลายอย่างเกี่ยวกับเจ้าตูบที่เราอาจจะไม่รู้เลยถ้าไม่เคยค้นหาข้อมูลก็ได้ วันนี้เราก็เลยนำข้อมูลบางส่วนมาบอกเพื่อนๆ จะได้รู้จักและเข้าใจเจ้าตูบกันมากยิ่งขึ้น 1. สุนัขไม่มีความรู้สึกผิด แม้ว่าสุนัขจะสามารถรู้สึกถึงอารมณ์อิจฉาได้ เมื่อเจ้าของให้ความสนใจกับสัตว์ตัวอื่นมากกว่า แต่สุนัขไม่สามารถรู้สึกสำนึกผิดได้ นักวิจัยบอกว่าที่เราเห็นว่ามันทำท่าทางรู้สึกผิดนั้น จริงๆ แล้วเป็นการตีความของเราเอง… 2. ฉี่สุนัขกัดกร่อนเหล็กได้ ฉี่ของน้องหมาอันตรายมากกว่าที่คุณคิด การที่มันฉี่ใส่เสาไฟเป็นประจำ นานๆ เข้าฉี่ของมันก็จะกัดกร่อนเหล็กจนเสาไฟล้มลงมาได้เลย ดังนั้นให้มันฉี่เป็นที่เป็นทางดีๆ ล่ะ 3. สุนัขมองเห็นสีต่างๆ ได้ คุณอาจจะเคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ว่าสุนัขมองเห็นเป็นสีขาวดำเท่านั้น แต่นั่นเป็นเพียงแค่ความเชื่อ ความจริงแล้วพวกมันสามารถเห็นสีต่างๆ

ดุ๊ก ภานุเดช เปิดตัวแบรนด์ผลิตภัณฑ์แชมพูเพื่อน้องหมา DUCOCOดุ๊ก ภานุเดช เปิดตัวแบรนด์ผลิตภัณฑ์แชมพูเพื่อน้องหมา DUCOCO

อีกหนึ่งก้าวในการเปลี่ยนแปลงของชีวิตที่หันมาเลี้ยงสุนัข และเลี้ยงดูแบบจริงจังจนเริ่มสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อน้องหมาสี่ขาสุดที่รัก เลยเกิดเป็นความลงตัวในไลฟ์สไตล์ใหม่ของ ดุ๊ก ภาณุเดช กับการค้นคว้าและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ แชมพูเพื่อน้องหมา ในแบรนด์ที่มีชื่อว่า DUCOCO แชมพู DUCOCO มี 2 สูตรด้วยกัน ฉลากสีชมพูคือ สูตรบำรุงขน (Perfect Coat Shampoo) และ ฉลากสีฟ้าคือ สูตรกำจัดกลิ่นตัว (Odour Away Shampoo) โดยเน้นการผลิตที่ใช้วัตถุดิบธรรชาติ (Natural) จากสารทำความสะอาดที่ได้จากอ้อยและมะพร้าว ผสานคุณค่าจากสารสกัดทะเลน้ำลึก (Deep