สุนัขอ้วน ไม่ได้เป็นแค่โรคอ้วน ?

ปัจจุบันสุนัขป่วยเป็นโรคอ้วนกันมากขึ้น ข้อมูลผลสำรวจของ Association for Pet Obesity Prevention (APOP) เมื่อปี ค.ศ. 2017ที่ผ่านมากพบสุนัขในสหรัฐอเมริกามากกว่า 56% มีน้ำหนักเกินมาตรฐานหรืออ้วน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า (จากปี ค.ศ.2016)ที่มีสุนัขมีน้ำหนักเกินมาตรฐานอยู่ที่ 54% ซึ่งผลกระทบที่ตามมาจากการที่สุนัขอ้วนนี้ก็มีอยู่หลายกรณี และเมื่อสุนัขอ้วนแล้วจะมีปัญหาอะไรตามมา เราไปดูกัน

โรคอ้วนในสุนัข คือ ภาวะที่ร่างกายมีการสะสมไขมันส่วนเกินมากเกินไปโดยนิยามแล้วสุนัขที่จัดว่าเป็นโรคอ้วนต้องมีน้ำหนักตัวมากกว่า 15-30 % ของน้ำหนักตัวมาตรฐานของแต่ละพันธุ์โดยสุนัขที่อ้วนจะพบว่า มีไขมันหนาสะสมอยู่ตามบริเวณแผ่นหลังและโคนหาง มองไม่เห็นเอวจับหรือคลำกระดูกซี่โครงหรือกระดูกสะโพกไม่พบ สุนัขมีนิสัยกินเก่งมา กินได้ทั้งวัน เดินอุ้ยอ้าย เชื่องช้า เฉื่อยชา ขี้เกียจไม่ทนต่อการออกกำลังกายและเหนื่อยง่าย ทำให้เกิดผลกระทบตามมาดังนี้

1 คุณภาพชีวิตลดลง

สุนัขที่อ้วนจะไม่ค่อยสนใจทำกิจกรรมอื่นใด นอกจากกินแล้วก็นอน การเคลื่อนไหวร่างกายช้าลง อุ้ยอ้าย ไม่ว่องไวสุดท้ายร่างกายก็่อ่อนแอลง เพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ความต้านทานเชื้อโรคก็ลดลง ทำให้โรคภัยต่าง ๆ เกิดขึ้นตามมาได้ง่ายสุนัขที่อ้วนมักจะมีอายุไม่ยืนยาว ส่วนมากจะเสียชีวิตจากโรคร้ายต่าง ๆ ที่จะตามมาได้

2 ไม่ทนต่อสภาพอากาศที่ร้อน

สุนัขที่อ้วนจะมีไขมันสะสมหนาที่ชั้นใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นฉนวนกันในการถ่ายเทความร้อนออกจากร่างกายจริงอยู่ที่ว่าสุนัขจะระบายความร้อนผ่านการหอบ หายใจ และผ่านทางรูขุมขนบางส่วนอยู่บริเวณฝ่าเท้าแต่การที่สุนัขอ้วนก็เหมือนการนำสุนัขมาสวมเสื้อผ้าที่หนา ๆ หลายชั้น ทำให้การถ่ายเทความร้อนทำได้ไม่ดีนักหากสุนัขอยู่ในสถานที่กลางแจ้ง มีแดดแรง หรือมีสภาพอากาศที่ร้อนจัด ก็อาจทำให้สุนัขเสี่ยงโรคภาวะลมแดดได้ง่ายกว่าสุนัขทั่วไป

3 หายใจลำบาก

สุนัขที่อ้วนจะมีไขมันหนาแทรกตามอวัยวะต่าง ๆ ไขมันส่วนเกินนี้จะปกคลุมบริเวณช่องอกหรือแทรกในช่องท้องทำให้เวลาที่น้องหมาหายใจเข้าออก การยืดหดของช่องอกทำได้ลำบากยิ่งขึ้นสุนัขจึงต้องใช้ความพยายามในการหายใจมากขึ้นกว่าสุนัขปกติ ในสุนัขอ้วนมีโรคหนึ่งที่เรามักพบได้บ่อยคือ โรคท่อลมตีบแคบสาเหตุของโรคส่วนหนึ่งมากจากพันธุกรรม และความผิดปกติของตัวท่อลม แต่หากสุนัขตัวนั้นมีร่างกายที่อ้วนขึ้นด้วยแล้วก็ยิ่งส่งเสริมให้โรคที่เป็นอยู่มีอาการรุนแรงมากขึ้นด้วย

4 มีความเสี่ยงในการวางยาสลบมากขึ้น

ยาสลบส่วนมากจะดูดซึมเข้ากับไขมันได้ดี เนื่องจากยาสลบต้องไปออกฤทธิ์ที่สมอง สมองมีส่วนประกอบเป็นไขมันยาสลบนอกจากจะต้องไปออกฤทธิ์ที่สมองแล้ว ยังอาจเข้าไปยังไขมันส่วนอื่น ๆ ได้ด้วยสุนัขที่อ้วนยาสลบก็จะกระจายไปตามไขมันส่วนอื่น ๆ ที่สะสมอยู่ กว่ายาสลบจะไปที่สมองจนถึงระดับที่เหนี่ยวนำการสลบได้ก็ต้องใช้ปริมาณยาสลบที่มาขึ้นกว่าสุนัขทั่วไป เมื่อใช้มากก็ทำให้ฟื้นจากยาสลบได้ยากขึ้น สุนัขจึงมักจะสลบนานขึ้นส่วนในกรณีที่ใช้การดมยาสลบ สุนัขที่อ้วนก็มีอุปสรรคในการหายใจอยู่แล้ว ปอดยังทำงานได้ไม่ดีอีกทำให้การรับและขับยาสลบไม่ดีเท่าสุนัขทั่วไป นี่ยังไม่รวมถึงขั้นตอนการผ่าตัด ที่เวลาเปิดผ่าจะต้องเจอไขมันหนาตัวสะสมอยู่ทำให้เป็นอุปสสรคในการผ่าตัดอย่างมากเช่นกัน

5 มีปัญหาเรื่องการสืบพันธุ์

สุนัขเพศผู้ที่อ้วนจะมีการสร้างสเปิร์มที่แย่ลงเนื่องจากอุณหภูมิในถุงหุ้มอัณฑะซึ่งตามปกติจะมีอุณหภูมิต่ำกกว่าอุณหภูมิภายในร่างกาย กลับมีอุณหภูมิสูงขึ้นเพราะมีไขมันไปสะสมแทรกตามถุงหุ้มอัณฑะ ส่วนสุนัขเพศเมียที่ตั้งท้องก็จะเสี่ยงคลอดยากด้วย เมื่อแม่สุนัขอ้วนโอกาสที่ลูกในท้องจะตัวใหญ่กว่าปกติก็มีความเป็นไปได้ ความอ้วนจึงเป็นปัจจัยเหนี่ยวนำทำให้สุนัขคลอดยากได้เช่นกัน
6 มีปัญหากระดูกและข้อต่อ

สุนัขที่อ้วนจะมีน้ำหนักตัวมากขึ้น ทำให้เพิ่มแรงกดทับที่กระทำต่อกระดูกและข้อต่อต่าง ๆ มากขึ้น ในขณะที่ขนาดของกระดูกนั้นก็ไม่ได้ใหญ่ตามไปด้วย ทำให้โครงสร้างเดิมต้องแบกรับน้ำหนักที่มากเกินกว่าที่ควรจะเป็น ผลทีตามมาก็คือความเสื่อมของข้อต่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อสะโพก ข้อศอก ข้อเข่า กระดูกสันหลัง หรือเกิดเอ็นไขว้บริเวณข้อเข่าฉีกขาดได้ง่ายซึ่งสุนัขบางรายที่กระโดดจากที่สูง แม้จะไม่สูงมากนัก ก็อาจทำให้กระดูกเกิดการเคลื่อน ร้าว หรือหักได้จากแรงกระแทก

7 มีปัญหาโรคระบบต่อมไร้ท่อ

โรคทางระบบต่อมไร้ท่อที่ตามมาในสุนัขอ้วนมีด้วยกันอยู่หลายโรค หนึ่งในนั้นคือ โรคเบาหวานสุนัขบางตัวที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นั้นเกิดจากการต้านการทำงานของอินซูลินทีร่างกายผลิตออกมา (Insulin resistance)อันมีสาเหตุโน้มนำมาจากโรคอ้วนที่สุนัขเป็น นอกจากนี้สุนัขที่อ้วนยังทำให้การหลั่ง growth hormone ผิดปกติและมีระดับการหลั่งฮอร์โมน adrenocortical สูงขึ้นด้วย
8 เกิดโรคผิวหนัง

สุนัขที่อ้วนจะเกิดการหมักหมมความสกปรกได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณรอยยับย่นของผิวหนังตามปกติสุนัขทั่วไปก็จะมีวิธีทำความสะอาดร่างกายตามธรรมชาติ เช่น อาจจะเอี่ยวตัวไปเลียยังบริเวณต่าง ๆ เพื่อทำความสะอาดตัวแต่เมื่อสุนัขอ้วนการทำเช่นนี้จะไม่สามารถทำได้ จึงเกิดการหมักหมมจนกลายเป็นโรคผิวหนังที่ตามมาได้

บทความโดย: หมอต้น น.สพ.ธีรภาพ มุสิกานนท์